2026-05-25
ศัลยกรรมตา สามารถแก้ได้กี่ครั้ง มาดูกัน!
สวัสดีค่ะ Vibe Plastic Surgery ค่ะ เนื่องจากการศัลยกรรมตาเป็นที่นิยมมากกว่าการศัลยกรรมอื่นๆ จึงมีเคสแก้ตาเยอะเช่นกันค่ะ สำหรับผู้ที่กำลังจะทำตาหรือผู้ที่กำลังคิดจะแก้ตา หนึ่งในความกังวลหลักคือสามารถแก้ตาได้กี่ครั้ง วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ สาเหตุของการแก้ตามีหลากหลายมากค่ะ 01. ทำแบบเย็บจุด (Natural Adhesion) หรือแบบไม่กรีดแล้วชั้นตาหลุด 0

สวัสดีค่ะ
Vibe Plastic Surgery ค่ะ

การศัลยกรรมตาเมื่อเทียบกับการศัลยกรรมอื่นๆ แล้ว
ถือเป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
จึงทำให้มีเคสงานแก้เยอะเช่นกันค่ะ
สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวจะทำศัลยกรรมตา
หรือผู้ที่กำลังวางแผนจะแก้ตา
หนึ่งในสิ่งที่กังวลกันมากที่สุดก็คือ
สรุปแล้วการแก้ตาสามารถทำได้สูงสุดกี่ครั้ง
วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ

สาเหตุของการแก้ตานั้นมีหลากหลายมากค่ะ
01. ทำตาสองชั้นแบบเย็บจุด (Natural Adhesion) หรือแบบไม่กรีด
แล้วชั้นตาหลุด
02. ไม่พอใจในชั้นตาเพียงอย่างเดียว
03. เกิดผลข้างเคียงจากการทำตาสองชั้น
- ชั้นตาสูงเกินไป
- ขนาดชั้นตาซ้ายและขวาไม่เท่ากัน
- ขนตาปลิ้นขึ้น
- อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่ได้รับการแก้ไข

สาเหตุของการแก้ตาที่พบได้บ่อยที่สุด
และมีสัดส่วนมากที่สุดก็คือ
การไม่พอใจในชั้นตาของตัวเองค่ะ
เหตุผลมักมาจากการที่ตอนทำศัลยกรรมตา
ไม่ได้พิจารณาสภาพตาและเงื่อนไขต่างๆ ของตัวเองให้ดี
แต่เลือกทำตาตามทรงที่กำลังฮิต
ในขณะนั้นเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
แทนที่จะเลือกทรงตามกระแส
เราขอแนะนำให้ทำศัลยกรรมตาในทรงที่
เข้ากับใบหน้าของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ

ทำไมชั้นตาถึงหลุด?
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ
ผู้ที่มีแรงลืมตาน้อยค่ะ
เนื่องจากตาสองชั้นถูกสร้างขึ้น
โดยอาศัยแรงในการลืมตา
หากแรงลืมตาน้อย ชั้นตาก็ย่อมหลุดได้ง่ายเป็นธรรมดาค่ะ
ในกรณีนี้ จำเป็นต้องเพิ่มการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา (Ptosis Correction)
เพื่อให้ได้ชั้นตาที่คมชัดและเป็นที่น่าพอใจค่ะ

หลังจากการทำแบบเย็บจุด (Natural Adhesion) หรือแบบเย็บฝังปม
หากเพียงแค่ไม่พอใจในชั้นตา
ก็สามารถทำการผ่าตัดแบบไม่กรีดซ้ำอีกครั้ง
เพื่อปรับให้เข้ากับชั้นตาใหม่ได้ค่ะ
แต่หากชั้นตาหลุด
จำเป็นต้องวิเคราะห์หาสาเหตุที่ชั้นตาหลุดอย่างแม่นยำ
ก่อนทำการศัลยกรรมตาค่ะ

หากชั้นตาหลุดเพราะผิวหนังหนาและมีไขมันเยอะ
เมื่อทำการผ่าตัดแบบไม่กรีดซ้ำอีกครั้ง
ก็มีโอกาสสูงที่ชั้นตาจะหลุดอีกค่ะ
ดังนั้นในกรณีเช่นนี้
ควรใช้วิธีการกรีดเพื่อกำจัดปัจจัย
ที่เป็นอุปสรรคหรือทำให้ชั้นตาหลุดออกให้หมด
พร้อมทั้งนำไขมันส่วนเกินออกด้วย
จึงจะได้ผลลัพธ์การแก้ตา
ที่เป็นที่น่าพอใจค่ะ

จำนวนครั้งในการแก้ตานั้น
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ 'ความแตกต่างของวิธีผ่าตัด' เพียงอย่างเดียว
แต่มีสาเหตุสำคัญอื่นที่ต้องพิจารณาค่ะ
นั่นคือต้องประเมินสภาพตาปัจจุบัน
ของคนไข้ให้แม่นยำ
ก่อนที่จะทำการศัลยกรรมตาค่ะ

จำนวนครั้งในการแก้ตาไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัวค่ะ
การผ่าตัดแบบกรีดคือการกรีดเปลือกตา
แล้วเย็บเพื่อสร้างชั้นตา
ยิ่งแก้ตาบ่อย ผิวหนังก็จะยิ่งบางลง
และเนื้อที่เปลือกตาก็จะน้อยลงด้วย
ดังนั้นก่อนแก้ตา ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด
ก่อนตัดสินใจทำค่ะ

หากยังมีเนื้อที่เปลือกตาเหลืออยู่
ก็สามารถแก้ตาได้หลายครั้งตามต้องการค่ะ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะสามารถแก้ตาได้หลายครั้ง
แต่ก็ไม่ควรทำซ้ำไปเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญคือควรวางแผนให้ดีตั้งแต่ครั้งแรก
ก่อนที่จะทำการศัลยกรรมตาค่ะ

โดยปกติแล้วช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแก้ตา
จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลักๆ ค่ะ
คือ การแก้ระยะแรก (Early Correction) และ การแก้ระยะหลัง (Late Correction)
การแก้ระยะแรก (Early Correction) คืออะไร?
คือกรณีที่ต้องรีบแก้ไขในช่วงแรก
เช่น ตาไม่เท่ากันอย่างรุนแรง
หรือมีผลข้างเคียงอื่นๆ ที่หากไม่รีบแก้ไข
แล้วปล่อยให้ชั้นตาเข้าที่แบบนั้น
อาจทำให้เกิดความเครียดได้
สามารถปรึกษาแพทย์และทำการแก้ระยะแรกได้
ภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดค่ะ
การแก้ระยะหลัง (Late Correction) คืออะไร?
คือการรอให้แผลเป็นจากการศัลยกรรมตาสมานตัวเต็มที่
โดยรอดูอาการประมาณ 6 เดือนก่อนทำการแก้ไข
ซึ่งเรียกว่าการแก้ระยะหลังค่ะ
การศัลยกรรมตา การทำครั้งแรกให้ดีที่สุด
ถือเป็นพื้นฐานและสิ่งสำคัญที่สุด
แต่หลายท่านอาจกำลังคิดเรื่องแก้ตาด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป
การแก้ตาอาจไม่ได้น่ากลัวหรือเป็นภาระ
อย่างที่หลายคนกังวลค่ะ
ขอแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดดูนะคะ

เหตุผลที่ควรเลือก Vibe Plastic Surgery
- ดูแลแบบ 1:1 โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (ผู้อำนวยการคลินิก)
- ระบบการดูแลแบบส่วนตัว 1 ต่อ 1
- ระบบดูแลหลังการผ่าตัดเพื่อช่วยให้ฟื้นตัวไว
- ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในห้องผ่าตัดและห้องให้คำปรึกษาเพื่อความปลอดภัย
- ระบบป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด




