2026-05-25
ข้อควรระวังหลังศัลยกรรมตาและจมูกที่ควรรู้!
สวัสดีค่ะ Vibe Plastic Surgery ค่ะ เมื่อพบปะผู้คนเป็นครั้งแรก ความประทับใจแรกมักถูกกำหนดโดยดวงตาและจมูกบนใบหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องกล่าวเกินจริงเลยค่ะ ด้วยเหตุนี้ เทรนด์การทำศัลยกรรมตาและจมูกจึงดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนผ่าตัดหลายคนมักจะวุ่นวายใจ และหลังผ่าตัดก็มักจะกังวลว่าผลลัพธ์จะออกมาดีไหม จนอาจละเลยข้อควรระวังไป วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงข้อควรระวังหลังทำศัลยกรรมตาและจมูก...

สวัสดีค่ะ
Vibe Plastic Surgery ค่ะ

เมื่อพบปะผู้คนเป็นครั้งแรก
ความประทับใจแรกมักถูกกำหนดโดย
ดวงตาและจมูกบนใบหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องกล่าวเกินจริงเลยค่ะ
ด้วยเหตุนี้ การทำศัลยกรรมตาและจมูก
จึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
อย่างไรก็ตาม ก่อนผ่าตัดหลายคนมักจะวุ่นวายใจเรื่องการผ่าตัด
และหลังผ่าตัดก็มักจะกังวลว่าผลลัพธ์จะออกมาดีหรือไม่
จนทำให้หลายครั้งอาจละเลยหรือฟังข้อควรระวังไม่ครบถ้วนค่ะ
ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อควรระวังหลังทำศัลยกรรมตาและจมูก
มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันอย่างละเอียดเลยค่ะ



การรับประทานยา?
ยาที่แพทย์สั่งจ่ายจะประกอบด้วย ยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ ยาช่วยย่อย
รวมถึงส่วนผสมของยาที่ช่วย
ลดอาการบวมค่ะ
หลังศัลยกรรมตาและจมูก ควรรับประทานยา
หรือทายาที่ได้รับอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกัน
ไม่ให้บริเวณที่ผ่าตัดเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ
และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดีค่ะ

ประคบเย็น และ ประคบอุ่น?
หลังศัลยกรรมตาและจมูก
ในช่วง 3 วันแรก การประคบเย็นจะช่วยได้มาก
และหลังจาก 3 วันไปแล้ว ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นค่ะ

เหตุผลที่ต้องประคบเย็น
ก็เพื่อทำให้หลอดเลือดหดตัว
ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดออก
และเนื่องจากหลอดเลือดหดตัว
จึงช่วยในการห้ามเลือดในช่วงแรกได้ดีค่ะ
แต่การประคบเย็นหลังจากผ่านไป 3 วัน
อาจทำให้หลอดเลือดหดตัวจนแผลหายช้าลงได้
ดังนั้นจึงควรประคบเย็นเฉพาะในช่วง 3 วันแรก
หลังทำศัลยกรรมตาและจมูกเท่านั้นค่ะ

เหตุผลที่ต้องประคบอุ่น
ก็เพื่อขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
ซึ่งจะช่วยให้อาการบวมลดลงอย่างรวดเร็วค่ะ
แต่หากเริ่มประคบอุ่นตั้งแต่แรก
หลอดเลือดจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
อาจทำให้มีเลือดออกซึมๆ ใบหน้าบวมมากขึ้น
และทำให้การฟื้นตัวช้าลงได้ค่ะ
โดยยึดหลัก 3 วันหลังศัลยกรรมตาและจมูกเป็นเกณฑ์
ในการสลับจากการประคบเย็นเป็นการประคบอุ่น
ถือเป็นวิธีการประคบที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

วิธีประคบจมูกอย่างถูกต้อง
หลังทำศัลยกรรมจมูก มักจะมีการใส่วัสดุค้ำยัน (Packing)
เพื่ออุดรูจมูกเอาไว้ค่ะ
ซึ่งอาจส่งผลให้ทั้งดวงตาและใบหน้า
เกิดอาการบวมตามมาได้
ดังนั้น เวลาที่ทำการประคบเย็น
ไม่ควรวางแผ่นประคบลงบนจมูกโดยตรง
แต่ควรประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาและแก้มแทน
ซึ่งจะช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด
และป้องกันไม่ให้เกิดอาการบวมอย่างรุนแรงได้ค่ะ

สั่งน้ำมูกได้เมื่อไหร่?
การสั่งน้ำมูกแรงๆ จะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น
เส้นเลือดฝอยอาจแตกและทำให้มีเลือดออกได้
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว หากเป็นไปได้
ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ ในช่วง 1 สัปดาห์แรกค่ะ

ใส่แว่นตาได้เมื่อไหร่?
สำหรับผู้ที่สวมแว่นตาเป็นประจำ
หากใส่แว่นหลังผ่าตัด อาจเกิดการกดทับบริเวณจมูกได้
โดยทั่วไปจึงแนะนำให้งดการสวมแว่นตา
เป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนค่ะ
นอกจากนี้ ในช่วงที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ
ก็ต้องระมัดระวังเช่นกันค่ะ
ควรจัดทรงลวดบริเวณจมูกของหน้ากากให้ดี
เพื่อไม่ให้กดทับบริเวณที่ผ่าตัดโดยตรง
ต้องระวังในจุดนี้ด้วยนะคะ

ทำไมเวลานอนต้องหนุนศีรษะให้สูง?
การนอนโดยหนุนศีรษะให้สูง
จะช่วยลดอาการบวมได้ดีขึ้น
จึงขอแนะนำให้ใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น
ในเวลานอนค่ะ

ฟักทองช่วยลดบวมได้จริงหรือ?
ฟักทองมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ
ซึ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการบวม
จึงแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของฟักทองให้มากๆ ค่ะ

งดสูบบุหรี่! งดดื่มแอลกอฮอล์!
ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังศัลยกรรมตาและจมูก
นี่คือข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดค่ะ
บุหรี่และแอลกอฮอล์จะทำให้แผลหายช้าลง
ดังนั้น หลังผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ขอแนะนำให้งดเว้นอย่างเคร่งครัดค่ะ
ช่วงเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดมีความสำคัญไม่แพ้การผ่าตัดเลย
การดูแลสภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
กรุณาทำความเข้าใจข้อควรระวังหลังศัลยกรรมตาและจมูก
และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ

ที่ Vibe Plastic Surgery
ดูแลแบบ 1:1 โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางซึ่งเป็นผู้อำนวยการคลินิก ตั้งแต่ต้นจนจบ!
ระบบดูแลส่วนตัวแบบ 1 ท่าน ทั้งในห้องให้คำปรึกษาและห้องผ่าตัด!
คลินิกที่วางใจได้ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)!
ติดตั้งระบบป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด เช่น ตู้เป่าลมทำความสะอาด (Air Shower)!


- โพสต์นี้มีเนื้อหาโฆษณาของ Vibe Plastic Surgery
ผลข้างเคียงเช่น การอักเสบ เลือดออก หรือความเสียหายของเส้นประสาท อาจเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจค่ะ