2026-05-25
วิเคราะห์เจาะลึก! ศัลยกรรมตาสองชั้นประเภทต่างๆ อย่างละเอียด!
สวัสดีค่ะ Vibe Plastic Surgery ค่ะ แม้ว่าปัจจุบันสังคมจะเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์และแบบไม่เผชิญหน้ากันมากกว่าการพบปะพูดคุยแบบสบตากันโดยตรง แต่ดวงตาก็ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดรูปลักษณ์และความประทับใจแรกพบอยู่เสมอ เมื่อความต้องการมีดวงตาที่กลมโต คมชัด และช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีขึ้นมีมากขึ้น ความสนใจในการทำศัลยกรรมตาสองชั้นก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การทำศัลยกรรมตาสองชั้น ศัลยกรรมปรับกล้ามเนื้อตา และอื่นๆ นั้...

สวัสดีค่ะ
Vibe Plastic Surgery ค่ะ
แทนที่จะพบปะและสบตาพูดคุยกันโดยตรง
สังคมปัจจุบันกลับเน้นการสื่อสารผ่านออนไลน์และแบบไม่เผชิญหน้าเป็นหลัก
แต่ถึงอย่างนั้น ในปัจจุบันสิ่งที่กำหนดรูปลักษณ์และความประทับใจ
และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือ ดวงตา ค่ะ

เพื่อภาพลักษณ์ที่ดูดี คมชัด และสดใสมากยิ่งขึ้น
เมื่อความต้องการมีดวงตาที่สวยงามเพิ่มมากขึ้น
ความสนใจในการทำศัลยกรรมตาสองชั้นก็สูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ
การทำศัลยกรรมตาสองชั้น ศัลยกรรมปรับกล้ามเนื้อตา และอื่นๆ
ล้วนมีจุดประสงค์และวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไป
รวมถึงวิธีการผ่าตัดที่จำเป็นหรือเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลก็แตกต่างกันด้วยค่ะ
เรามาทำความรู้จักกับศัลยกรรมตาสองชั้นประเภทต่างๆ เหล่านี้กันค่ะ

การทำศัลยกรรมตาสองชั้น
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ค่ะ
คือแบบกรีด (Incision) และแบบไม่กรีด (Non-incision) ค่ะ

แบบไม่กรีด (Non-incision) คืออะไร?
แบบไม่กรีด ตามชื่อเลยค่ะ คือการหลีกเลี่ยงการกรีดให้มากที่สุด
โดยใช้วิธีเจาะรูเล็กๆ เพื่อทำการผ่าตัดค่ะ
ในอดีตวิธีนี้มักถูกเรียกว่า การเย็บจุด (Buried Suture) ค่ะ
แต่ในปัจจุบันมักจะใช้คำว่า การเย็บแบบจุดยึดติดธรรมชาติ (Natural Adhesion)
ในการเรียกการผ่าตัดวิธีนี้ค่ะ
แบบกรีด (Incision) คืออะไร?
คือวิธีที่เราคุ้นเคยกันดี โดยการกรีดผิวหนัง
เพื่อสร้างชั้นตาสองชั้นค่ะ
วิธีแบบกรีด เมื่อเทียบกับแบบไม่กรีดแล้ว
จะไม่มีโอกาสที่ชั้นตาจะหลุดหรือคลายตัว
และสามารถสร้างชั้นตาที่ชัดเจนและแน่นอนกว่าได้ค่ะ

“ความแตกต่างระหว่าง การเย็บจุด VS การยึดติดธรรมชาติ?”
การเย็บจุด (Buried Suture) เป็นหนึ่งในวิธีการผ่าตัด
ที่ใช้การเจาะรูเล็กๆ ค่ะ
โดยจะใช้ไหมในการสร้างชั้นตาสองชั้น
และซ่อนปมไหมที่เย็บไว้อย่างมิดชิด
จึงเป็นที่มาของคำว่า การเย็บจุด (ฝังปม) ค่ะ
ส่วนการยึดติดธรรมชาติ (Natural Adhesion) ก็ใช้การเจาะรูเล็กๆ
ในการผ่าตัดเช่นเดียวกันค่ะ
แต่ผ่านรูเล็กๆ เหล่านั้น
จะมีการนำเนื้อเยื่อบางส่วนออก
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะ
และช่วยให้ชั้นตาคงอยู่ได้ดีขึ้น
ซึ่งเป็นเทคนิคเพิ่มเติมในการทำตาสองชั้นวิธีนี้ค่ะ

“ประเภทของการกรีด & ความแตกต่าง”
การกรีดบางส่วน (Partial Incision)
การกรีดบางส่วนเป็นวิธีที่อยู่กึ่งกลาง
ระหว่างแบบไม่กรีดและแบบกรีดยาวค่ะ
เช่นเดียวกับวิธีแบบไม่กรีดส่วนใหญ่
ที่จะทำผ่านรูเล็กๆ
แต่จะมีการกรีดเปิดแผลเพียงบางส่วนเท่านั้นค่ะ
เหตุผลก็คือ เพื่อให้สามารถนำไขมันออกผ่านช่องทางนั้นได้
และช่วยสร้างการยึดเกาะเพิ่มเติม
เพื่อลดโอกาสที่ชั้นตาจะคลายตัวค่ะ
การกรีดยาว (Full Incision)
วิธีแบบกรีดยาว จะทำการกรีดตามแนวชั้นตาที่ต้องการสร้าง
จากนั้นจะทำการนำเนื้อเยื่อด้านล่าง
หรือไขมันต่างๆ ออกทั้งหมด
และทำการยึดชั้นตาโดยตรงค่ะ

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็น
แม้ว่าลักษณะตาจะจำเป็นต้องใช้วิธีการกรีด
แต่บางท่านก็ยังคงต้องการวิธีแบบไม่กรีด
หรือบางท่านเห็นคนรอบตัวทำตาสองชั้นแบบกรีด
แล้วมีรอยแผลเป็นที่ชัดเจนมาก
จึงอยากทำแบบเย็บจุดหรือยึดติดธรรมชาติแทน
หรือในทางกลับกัน บางท่านเคยทำแบบเย็บจุดหรือยึดติดธรรมชาติ
แล้วได้ยินมาว่าชั้นตาหลุดง่าย
จึงอยากเลือกวิธีแบบกรีดตั้งแต่แรก
ความชอบและความต้องการของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปค่ะ

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาว่าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากกว่ากัน ระหว่างชั้นตาไม่หลุด หรือรอยแผลเป็น
โดยเน้นที่ความต้องการของคุณเป็นหลัก
ร่วมกับการประเมินสภาพดวงตาของตนเอง
ว่าควรเลือกวิธีการผ่าตัดแบบใดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจค่ะ

ในอดีต การทำตาสองชั้นด้วยวิธีแบบกรีด
เป้าหมายหลักคือการทำให้ชั้นตาไม่หลุดค่ะ
ในตอนนั้นจะมีการนำเนื้อเยื่อด้านในออกจนหมด
และเย็บกดชั้นตาให้แน่น
เพื่อสร้างชั้นตาที่แข็งแรงและไม่มีทางหลุด
ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในยุคนั้นค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ในอดีตจึงมักมีปัญหาเรื่องรอยแผลเป็นค่อนข้างมาก
แต่ในปัจจุบัน การทำแบบกรีดได้มีการพัฒนาเทคนิค
ที่ใส่ใจเรื่องรอยแผลเป็นมากขึ้น
ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นที่ดูเหมือนถูกกดทับ
และรอยแผลเป็นก็ดูเนียนสวยในหลายๆ เคส
ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นมากเกินไปค่ะ

สำหรับวิธีแบบเย็บจุด การยึดเกาะจะเกิดขึ้น
จากเส้นไหมที่เย็บไว้ค่ะ
ส่วนวิธีแบบกรีด จะเป็นการเปิดแผลโดยตรงเพื่อนำเนื้อเยื่อด้านใน
ออกจนหมด และใช้ไหม
ในการยึดติด จึงทำให้ชั้นตาเกิดการยึดเกาะ
ในลักษณะของพื้นผิวค่ะ
ด้วยเหตุนี้ การยึดเกาะที่เกิดจากเส้น
และการยึดเกาะที่เกิดจากพื้นผิว
จึงมีความแข็งแรงที่แตกต่างกัน
ทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าวิธีแบบกรีดจะหลุดยากกว่า
และอยู่ได้นานกว่าค่ะ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นวิธีแบบเย็บจุด
แต่หากสภาพดวงตาของคุณเหมาะสม
ก็จะสามารถสร้างการยึดเกาะที่ดีได้เช่นกัน
จึงมีหลายเคสที่ไม่ต้องกังวลเรื่องชั้นตาหลุดเลยค่ะ

“เช็คเคสที่เหมาะสม: ยึดติดธรรมชาติ (เย็บจุด) VS กรีดยาว, กรีดบางส่วน”
ลักษณะตาที่เหมาะกับการยึดติดธรรมชาติ (เย็บจุด)
- เปลือกตาบางและมีความหย่อนคล้อยน้อย
- ต้องการชั้นตาสองชั้นที่ดูเป็นธรรมชาติ
- มีไขมันที่เปลือกตาน้อย
- ต้องการการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
ลักษณะตาที่เหมาะกับวิธีแบบกรีด
- ผิวเปลือกตาหนาและมีไขมันมาก
- ผิวเปลือกตามีความหย่อนคล้อยมาก
- ต้องการการผ่าตัดแก้ตาสองชั้น
- มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงระดับปานกลางขึ้นไป
ดังที่กล่าวมา การทำศัลยกรรมตาสองชั้น
มีลักษณะดวงตาและวิธีการผ่าตัดที่หลากหลาย
จึงจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัย
จากแพทย์ผู้มีประสบการณ์การผ่าตัดมาอย่างยาวนาน
เพื่อวางแผนวิธีการทำตาสองชั้นที่เหมาะสม
กับโครงสร้างและสภาพดวงตาของแต่ละบุคคลค่ะ

Vibe Plastic Surgery
ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
ผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์แบบ 1:1!
ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั้งในห้องผ่าตัด ห้องให้คำปรึกษา และห้องพักฟื้น!
ระบบการดูแลแบบส่วนตัว 1 ต่อ 1!
ระบบการดูแลหลังการผ่าตัดที่ช่วยให้ฟื้นตัวไว!




